รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.เชียงราย ร่วมกับ พ.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบก.ปส.3 สืบทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งทางตำรวจ ปส.และตำรวจภูธรติดตามความเคลื่อนไหวมานานหลายปีเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และต่อมาได้พากันไปอยู่ที่ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สาย เพื่อเตรียมนำยาบ้าเข้ามาส่งมอบให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สนธิกำลังกันทำทีส่งสายลับเข้าไปติดต่อล่อซื้อ จากกลุ่มขบวนการดังกล่าวเป็นมูลค่า 10 ล้านบาท และนัดส่งมอบยาบ้ากันห้องพักแห่งหนึ่งของโรงแรมวังเงิน เลขที่ 89 หมู่ 4 ถ.ป่ายางใหม่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ห่างจากชายแดนเพียงเล็กน้อย
จากนั้นเมื่อถึงเวลาส่งมอบเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้วางกำลังดักซุ่มเอา ไว้โดยรอบ กระทั่งต่อมาได้มีชาย 2 คนทราบชื่อต่อมาว่านายทูน ไม่มีนามสกุล อายุ 34 ปีเป็นชาวพม่า และนายบุญมีไม่มีนามสกุล อายุ 34 ปีเป็นชาวพม่าเช่นกันได้ออกมาติดต่อ ก่อนที่จะมีชายอีก 3 คนทราบชื่อต่อมาว่าคือนายจ๋อม กาใจ อายุ 35 ปีบ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 1 ต.แสนไห อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ นายหล้า ไม่มีนามสกุลอายุ 35 ปีชาวพม่า และนายจ่อตอง ไม่มีนามสกุล อายุ 49 ปีเป็นชาวพม่าเช่นกัน ได้พากันแบกถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ออกมาจากห้องเพื่อจะส่งมอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.และ สภ.แม่สาย ที่วางกำลังดักซุ่มอยู่จึงจู่โจมเข้าจับกุมได้ทั้ง 5 คน
เมื่อตรวจสอบภายในถุงพลาสติกดังกล่าวพบของกลางเป็นยาบ้ารวมจำนวน 75 มัด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดกว่า 150,000 เม็ด
สอบสวนทั้งหมดสารภาพว่าได้รับยาบ้ามาจากนายทุนคนหนึ่งให้นำมาส่งมอบ ให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับค่าจ้างจำนวน 30,000 บาท โดยพากันขนยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไปไว้ที่ห้องพักโรงแรม จากนั้นหวังจะนำไปส่งให้กับลูกค้าโดยไม่รู้ว่าเป็นสายของตำรวจ
เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางยาบ้าและรถยนต์ที่ใช้ ก่อเหตุจอดอยู่บริเวณโรงแรมเป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน ผท 9173 เชียงราย และอีกคันยี่ห้อและสีเดียวกันแต่เป็นหมายเลขทะเบียนของประเทศพม่า รวมทั้งรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดใช้ขับขี่สัญจร มาดำเนินคดีที่ บก.ปส.ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
พล.ต.ต.ทรงธรรม กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันพบว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดพยายามลักลอบนำ เข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดขึ้นมานานประมาณ 2-3 เดือนหลังมีการเปิดบ่อนคาสิโนในฝั่งเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเมื่อมีการข้ามเข้าออกกันมากขึ้นก็ทำให้กลุ่มขบวนการค้า ยาเสพติดใช้เป็นช่องทางแทรกซึมในการขนยาเสพติดข้ามมายังฝั่งไทยนั่นเอง ดังนั้นทางตำรวจจึงได้ขอการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ช่วยในเรื่องเครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจสอบที่กำลังขาดแคลนแล้ว
สำหรับ บ่อนกาสิโนขนาดใหญ่ในแขวงบ่อแก้ว ของ สปป.ลาว เพิ่งเปิดบริการเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา
แหล่งข่าว: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews ... 0000119535" onclick="window.open(this.href);return false;